Table of contents
   
Write Once, Run Anywhere Access_Level ตัวดำเนินการข้อมูลเชิงบิต (Bitwise Operators)
Java Language VS JavaScript final ตัวดำเนินการข้อมูลตรรกะ
Java Software Development Kit static ประเภทการคำนวณและให้ค่า (Arithmetic Assignment Operators)
JVM (Java Virtual Machine) เมธรอด(Method Member) ตัวดำเนินการข้อความตรรกะ(Boolean Operators)
การพัฒนาโปรแกรมด้วยภาษาจาวา  สเตจเม็นต์และโอเปอร์เรเตอร์ if else
 ลักษณะโครงสร้าง และรูปแบบการเขียน สเตจเม็นต์(Statement) Array
โครงสร้างของคลาส คอมเม็นต์(Comment) Instance
กฎการตั้งชื่อ ตัวดำเนินการ(Operator) do while
ดาต้า(Data Member) ประเภทการคำนวณ (Arithmetic Operators)  
เมธรอด(Method Member) การคำนวณเพิ่มค่าและลดค่า (Increment/Decrement)  

ทำไมต้อง Java ? ขอเริ่มต้นกับ Java Concept

Write Once, Run Anywhere
เป็นลักษณะของโปรแกรมที่สร้างจากภาษาจาวา กล่าวคือโปรแกรมถูกผู้เขียนโปรแกรมสร้างขึ้นในครั้งเดียว แต่สามารถนำไปใช้งานได้ในทุกๆที่ ไม่ว่าคอมพิวเตอร์จะใช้งานระบบปฏิบัติการใดๆ เช่น Windows, Unix, Linux, McOS, ... Windows, Unix, Linux, McOS, ...

Java Language VS JavaScript
ภาษาจาวา (Java Language) คือภาษาคอมพิวเตอร์ภาษาหนึ่งที่มีหลักการเขียนแบบเชิงวัตถุ ถูกใช้เพื่อสร้างโปรแกรมให้ทำงานในระบบคอมพิวเตอร์รูปแบบต่างๆโดยผู้เขียนโปรแกรม โดยภาษาจาวาจะถูกนำไปสร้างโปรแกรมตามหลักการและไวยกรณ์ของการเขียน จะได้ไฟล์นามสกุล .java เช่น HelloWorld.java โดยใช้ tool อย่างง่ายๆ เช่น editplus,notepad จากนั้นจึงนำไปคอมไพล์โดยใช้ Java Compiler ให้เป็นไบต์โค้ด(ฺBytecodes) ซึ่งจะมีนามสกุลเป็น .class จะได้ HelloWorld.class แล้วนำโปรแกรมหรือไฟล์ .class นั้นมาทำงานด้วยเครื่องจักรเสมือน (Java Virtual Machine) เรียกสั้นๆว่า "JVM" ที่จำลองขึ้นโดย Java Interpreter หลายท่านอ่านมาถึงตรงนี้อาจจะงง เดี๋ยวจะอธิบายให้ฟังต่อนะครับ
จาวาสคริปต์ (JavaScript) เป็นสคริปต์คำสั่งที่วางไว้ร่วมกับภาษา HTML โดยจาวาสคริปต์ทำงานผ่านบราวเซอร์ที่เข้าใจคำสั่งจาวาสริปต์ เหมาะสำหรับการสร้างส่วนใช้งาน เพื่อติดต่อกับผู้ใช้ในแบบอินเทอร์เร็คทีฟ คือตอบสนองตามพฤติกรรมการใช้งาน เช่น ใช้สร้างเมนูแบบ Popup เป็นต้น
ดังนั้นภาษาจาวา กับจาวาสคริปต์จึงเป็นคนละรูปแบบ และมีวัตถุประสงค์ที่ต่างกัน หากแต่การเขียนคล้ายกัน

Java Software Development Kit (J2SDK)
เป็นชุดพัฒนาโปรแกรมด้วยภาษาจาวา ซึ่งมีเครื่องมือช่วยสำหรับนักพัฒนาโปรแกรม เช่น คอมไพลเลอร์ ดีบักเกอร์ รันไทม์(JRE) ไลบรารี่ และโปรแกรมสนับสนุนอื่นๆอีกมากมาย Sun Microsystems ได้แบ่งรูปแบบการทำงานของโปรแกรมที่สร้างจากภาษาจาวาออกเป็น 3 ส่วน คือ

J2ME (Java 2 Micro Edition) หมายถึงรูปแบบสภาวะการทำงานของโปรแกรมที่สร้างจากภาษาจาวา แต่เหมาะสมสำหรับการใช้งานบนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขนาดเล็ก เช่น โทรศัพท์มือถือ PDA เครื่องใช้ไฟฟ้า หรืออุปกรณ์ไร้สาย เป็นต้น

J2SE (Java 2 Standard Edition) หมายถึงรูปแบบสภาวะการทำงานของโปรแกรมที่สร้างจากภาษาจาวา ที่ทำงานบนคอมพิวเตอร์ทั่วไปในลักษณะสแตนอะโลน
- Java Application คือลักษณะการทำงานในแบบทั่วไป สามารถติดตั้งและทำงานในทุกเครื่องที่ถูกติดตั้ง JVM
- Java Applet คือลักษณะการทำงานของโปรแกรมที่ต้องทำงานบนพื้นที่ใช้งานบราวเซอร์อีกที ดังนั้นบราวเซอร์จะต้องติดตั้ง JVM หรือ Java Plug-in ไว้รอบรับการทำงาน
- JavaBeanคือรูปแบบของชิ้นส่วนโปรแกรม ที่สร้างขึ้นมาเพื่อนำไปใช้พัฒนาโปรแกรม หรือใช้เพื่อทำงานร่วมภายในโปรแกรมอื่นๆ อีกทีหนึ่ง

J2EE (Java 2 Enterprise Edition) หมายถึงรูปแบบสภาวะการทำงานของโปรแกรมที่สร้างจากภาษาจาวา ที่ทำงานบนคอมพิวเตอร์ระดับเซิร์ฟเวอร์ เพื่อรองรับการใช้งานจากผู้ใช้จำนวนมากๆ
- Java Servlet คือโปรแกรมสร้างจากภาษาจาวา ตามรูปแบบการสร้างเซิร์ฟเล็ต การใช้งานต้องติดตั้งบนเว็บเซิร์ฟเวอร์ที่สนับสนุนการทำงาน เมื่อเซิร์ฟเล็ตถูกเรียกใช้จากบราวเซอร์ เซิร์ฟเล็ตจะทำงานโดยอาศัย JVM บนเครื่องเว็บเซิร์ฟเวอร และประมวลผลการทำงานให้ได้ข้อมูลเพื่อจัดส่งไปให้ผู้เรียกใช้จากบราวเซอร์ต่อไป เซิร์ฟเล็ตถูกเรียกใช้จากผู้ใช้ผ่านทางโพรโตคอล HTTP และส่งผลลัพธ์เป็นข้อมูลเว็บไปยัง บราวเซอร์ของผู้ใช้อีกท
- JSP (Java Server Page)คือการใช้ภาษาจาวา และลักษณะสคริปต์ เขียนไว้เป็นส่วนหนึ่งของภาษา HTML และจัดเก็บไว้บนเว็บเซิร์ฟเวอร์ที่สนับสนุนการทำงาน JSP เมื่อผู้ใช้เรียกใช้งานเว็บเพจดังกล่าว ส่วนที่เป็น JSP ในเว็บเพจ จะถูกคอมไพล์และประมวลผลผ่าน JVM ขอบเว็บเซิร์ฟเวอร์ จากนั้นจะแทรกผลลัพธ์ที่ได้จากการประมวลผลลงในเว็บ ก่อนจัดส่งให้กับผู้เรียกดูต่อไป

JVM (Java Virtual Machine)
คือเอ็นจิ่นในระบบคอมพิวเตอร์ ที่เข้าใจโปรแกรมของภาษาจาวา ทำหน้าที่จัดการ และตีความแต่ละคำสั่งในโปรแกรมจาวา ที่ถูกเรียกว่าไบต์โค้ด (Bytecodes) แปลงให้เป็นคำสั่ง เพื่อประมวลผลของแต่ละระบบปฏิบัติการที่ใช้งาน

การพัฒนาโปรแกรมด้วยภาษาจาวา

การพัฒนา Java Application
ขั้นที่ 1 ติดตั้ง J2SE ในเครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้พัฒนา
ขั้นที่ 2 สร้างซอร์สโค้ดด้วยไวยกรณ์ภาษาจาวา ตามรูปแบบการสร้าง Java Applet (การสร้างคลาสที่สืบทอดจากคลาส Applet หรือ JApplet) บันทึกไว้ในไฟล์นามสกุล .java
ขั้นที่ 3 คอมไพล์ซอร์สโค้ดจนได้ไฟล์นามสกุล .class javac Hello.java (ระมัดระวังเรื่องตัวอักษรเล็กและใหญ่) หากพบข้อผิดพลาดให้แก้ไขไฟล์ซอร์สโค้ดจนคอมไพล์ผ่าน ผลลัพธ์ที่ได้คือ ไฟล์นามสกุล .class
ขั้นที่ 4 ทดสอบการทำงานของโปรแกรมที่ได้ (ไฟล์นามสกุล .class) ด้วยคำสั่ง java และตามด้วยชื่อไฟล์นามสกุล . class โดยไม่ต้องใส่นามสกุล

การพัฒนา Java Applet
ขั้นที่ 1 ติดตั้ง J2SE ในเครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้พัฒนา
ขั้นที่ 2 สร้างซอร์สโค้ดด้วยไวยกรณ์ภาษาจาวา ตามรูปแบบการสร้าง Java Applet (การสร้างคลาสที่สืบทอดจากคลาส Applet หรือ JApplet) บันทึกไว้ในไฟล์นามสกุล .java
ขั้นที่ 3 คอมไพล์ซอร์สโค้ดจนได้ไฟล์นามสกุล .class
ขั้นที่ 4 สร้างเอกสารด้วยภาษา HTML โดยวางแท็กคำสั่ง <APPLET ...>..</APPLET> เพื่ออ้างถึงไฟล์ที่ได้ในขั้นที่ 3
ขั้นที่ 5 ทดสอบการทำงานของ Java Applet ด้วยโปรแกรมบราวเซอร์เช่น Netscape, AppletViewer, IE ด้วยการเปิดไฟล์เอกสารภาษา HTML ในขั้นที่ 4
ขั้นที่ 6 นำไฟล์นามสกุล .class และไฟล์เอกสาร HTML ที่ได้ไปเก็บไว้ในตำแหน่งการทำงานบนเว็บเซิร์ฟเวอร์

การพัฒนา Java Servlet
ขั้นที่ 1 ติดตั้ง J2SE ในเครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้พัฒนา
ขั้นที่ 2 ติดตั้งเว็บเซิร์ฟเวอร์ที่สนับสนุนการทำงานของ Java Servlet เช่น Apache Tomcat กำหนดไดเร็กทรอรี่ในการคอมไพล์และทำงานของเว็บเซิร์ฟเวอร์ให้ถูกต้อง
ขั้นที่ 3 สร้างซอร์สโค้ดด้วยไวยกรณ์ภาษาจาวา ตามรูปแบบการสร้าง Java Servlet (การสร้างคลาสที่สืบทอดจากคลาส HttpServlet) บันทึกไว้ในไฟล์นามสกุล .java
ขั้นที่ 4 คอมไพล์ซอร์สโค้ดจนได้ไฟล์นามสกุล .class
ขั้นที่ 5 นำไฟล์ในขั้นที่ 4 ไปวางในเว็บเซิร์ฟเวอร์ตามไดเร็กทรอรี่ที่กำหนดไว้บนเว็บเซิร์ฟเวอร์
ขั้นที่ 6 ทดสอบการทำงานของ Java Servlet ด้วยโปรแกรมบราวเซอร์ใดๆ อ้างไปยังโปรแกรม Java Servlet ตามข้อกำหนด URL ของเว็บเซิร์ฟเวอร์
(หมายเหตุ การสร้าง Java Servlet มีขั้นตอนเริ่มต้นเกี่ยวกับการติดตั้ง และการตั้งค่าเว็บเซิร์ฟเวอร์ ที่ต้องศึกษารายละเอียดจากคู่มือของโปรแกรมเว็บเซิร์ฟเวอร์เอง)

การพัฒนา JSP (Java Server Page)
ขั้นที่ 1 ติดตั้ง J2SE ในเครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้พัฒนา
ขั้นที่ 2 ติดตั้งเว็บเซิร์ฟเวอร์ที่สนับสนุนการทำงานของ Java Servlet เช่น Apache Tomcat กำหนดไดเร็กทรอรี่ในการคอมไพล์และทำงานของเว็บเซิร์ฟเวอร์ให้ถูกต้อง
ขั้นที่ 3 สร้างเอกสาร JSP ตามรูปแบบไวยกรณ์และคำสั่ง JSP บันทึกไว้เป็นไฟล์นามสกุล .jsp
ขั้นที่ 4 นำไฟล์ในขั้นที่ 3 ไปวางในเว็บเซิร์ฟเวอร์ตามไดเร็กทรอรี่ที่กำหนดไว้บนเว็บเซิร์ฟเวอร์
ขั้นที่ 5 ทดสอบการทำงานของเอกสาร JSP ด้วยโปรแกรมบราวเซอร์ใดๆ อ้างไปยังเอกสารดังกล่าวตามข้อกำหนด URL ของเว็บเซิร์ฟเวอร์

<< Next >>