นิสิตใช้กับมหาวิทยาลัยใดบ้าง

นิสิต ในอดีตมีเพียง 3 มหาวิทยาลัยเท่านั้นที่ใช้คำนี้ คือ
1. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
2. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และ
3. มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ซึ่งมี 8 วิทยาเขต ได้แก่ วิทยาเขตปทุมวัน วิทยาเขตบางแสน วิทยาเขตพิษณุโลก วิทยาเขตพลศึกษา วิทยาเขตมหาสารคาม วิทยาเขตบางเขน วิทยาเขตสงขลา

โดยที่ต่อมาทั้ง 7 วิทยาเขต ได้ยุบรวมกับ วิทยาเขตประสานมิตร แล้วบางแห่งก็แยกตัวเป็นเอกเทศ ได้แก่ วิทยาเขตบางแสน ยกฐานะเป็น มหาวิทยาลัยบูรพา / วิทยาเขตพิษณุโลก ยกฐานะเป็น มหาวิทยาลัยนเรศวร / วิทยาเขตมหาสารคาม ยกฐานะเป็น มหาวิทยาลัยมหาสารคาม และวิทยาเขตสงขลา ยกฐานะเป็น มหาวิทยาลัยทักษิณ เพราะฉะนั้น คำว่า นิสิต จึงใช้เรียกผู้ที่ศึกษาใน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และมหาวิทยาลัยที่แยกตัวออกมาจากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ก็คือ มหาวิทยาลัยนเรศวร มหาวิทยาลัยบูรพา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม และ มหาวิทยาลัยทักษิณ ค่ะ

  • ข้อมูลล่าสุด มหาวิทยาลัยรัตนบัณฑิต ก็ใช้คำว่า นิสิต เรียกผู้เรียนเช่นเดียวกัน

ข้อมูลอ้างอิง : บทความจากครูลิลลี่ https://www.thairath.co.th/content/630512

โพสท์ใน ทั่วไป | ปิดความเห็น บน นิสิตใช้กับมหาวิทยาลัยใดบ้าง

ไดโนเสาร์

เป็นชื่อเรียกโดยรวมของสัตว์ดึกดำบรรพ์ในอันดับใหญ่ Dinosauria ซึ่งเคยครองระบบนิเวศบนพื้นพิภพ ในมหายุคมีโซโซอิก เป็นเวลานานถึง 165 ล้านปี ก่อนจะสูญพันธุ์ ไปเมื่อ 65 ล้านปีที่แล้ว คนส่วนใหญ่เข้าใจว่าไดโนเสาร์เป็นสัตว์เลื้อยคลาน แต่อันที่จริงไดโนเสาร์เป็นสัตว์ในอันดับหนึ่งที่มีลักษณะก้ำกึ่งระหว่างสัตว์เลื้อยคลานและนก

คำว่า ไดโนเสาร์ ในภาษาอังกฤษ dinosaur ถูกตั้งขึ้นโดย เซอร์ ริชาร์ด โอเวน นักบรรพชีวินวิทยา ชาวอังกฤษ ซึ่งเป็นการผสมของคำในภาษากรีกสองคำ คือคำว่า deinos (δεινός) (ใหญ่จนน่าสะพรึงกลัว) และคำว่า sauros (σαύρα) (สัตว์เลื้อยคลาน)

หลายคนเข้าใจผิดว่า ไดโนเสาร์ คือสัตว์ที่อาศัยอยู่ในมหายุคมีโซโซอิกทั้งหมด แต่จริง ๆ แล้ว ไดโนเสาร์ คือสัตว์ชนิดหนึ่งที่อาศัยอยู่บนพื้นดินเท่านั้น สัตว์บกบางชนิดที่คล้ายไดโนเสาร์ สัตว์น้ำและสัตว์ปีกที่มีลักษณะคล้ายไดโนเสาร์ ไม่ถือว่าเป็นไดโนเสาร์ เป็นเพียงสัตว์ชนิดที่อาศัยอยู่ในยุคเดียวกับไดโนเสาร์เท่านั้น

cr. wikipedia.org

โพสท์ใน ไดโนเสาร์ | ปิดความเห็น บน ไดโนเสาร์

ยานสำรวจอวกาศ

ยานสำรวจดวงจันทร์
Clementine probe – ปฏิบัติการของนาวีสหรัฐ, วงโคจรดวงจันทร์, ไฮโดรเจนถูกตรวจพบที่ขั้ว
Kaguya (SELENE) (orbiter) JPN – วงโคจรดวงจันทร์
Luna 1 – บินผ่านดวงจันทร์ครั้งแรก
Luna 2 – กระทบดวงจันทร์ครั้งแรก
Luna 3 – ภาพแรกของดวงจันทร์ด้านไกล
Luna 9 – ลงจอดนุ่มบนดวงจันทร์ครั้งแรก
Luna 10 Orbiter – วงโคจรดวงจันทร์ลำแรก
Luna 16 – ยานกู้คืนตัวอย่างจากดวงจันทร์แบบไร้มนุษย์
Lunar (orbiter) – ชุดของความสำเร็จอย่างมากของยานอวกาศที่ทำแผนที่ดวงจันทร์
Lunar Prospector – การตรวจพบไฮโดรเจนที่ขั้วของดวงจันทร์ได้รับการยืนยัน
Lunar Reconnaissance Orbiter – บ่งชี้สถานที่ลงจอดที่ปลอดภัยและตำแหน่งของทรัพยากรบนดวงจันทร์
Lunokhod – ยานตระเวนของโซเวียต
SMART-1 ESA – กระทบดวงจันทร์
Surveyor – ยานลงจอดนุ่มลำแรกของสหรัฐ
Chandrayaan 1 – ปฏิบัติการดวงจันทร์ครั้งแรกของอินเดีย

ยานสำรวจดาวเคราะห์
Akatsuki (orbiter) JPN – สำรวจดาวศุกร์
Cassini–Huygens (orbiter) – สำรวจดาวเสาร์ลำแรก + ลงจอดบน Titan (บริวารดาวเสาร์)
Curiosity rover – ยานตระเวนส่งไปดาวอังคารโดยนาซาในปี 2012
Galileo (orbiter) – ยานสำรวจดาวพฤหัสบดีลำแรก+ทดสอบการร่อนลง
IKAROS JPN – ยานอวกาศที่ใช้พลังงานจากดวงอาทิตย์ลำแรก
Mariner 4 – บินผ่านดาวอังคารลำแรก, ภาพใกล้และคมชัดสูงของดาวอังคาร
Mariner 9 (orbiter) – ยานสำรวจดาวอังคารดวงแรก
Mariner 10 – บินผ่านดาวพุธลำแรก, ภาพใกล้ชิดภาพแรก
Mars Exploration Rover – ตระเวนดาวอังคาร
Mars Express (orbiter) – สำรวจดาวอังคาร
Mars Global Surveyor (orbiter) – สำรวจดาวอังคาร
Mars Reconnaissance Orbiter – เป็น orbiter สำรวจดาวอังคารที่ให้ข้อมูลภูมิอากาศ, ภาพถ่าย, ข้อมูลเรดาร์พื้นผิวล่างและการสื่อสารที่ก้าวหน้า
MESSENGER – ยานแบบ orbiter ที่สำรวจดาวพุธลำแรก(ไปถึงปี 2011)
Mars Pathfinder – ยานลงจอดดาวอังคาร + ยานตระเวน
New Horizons – บินผ่านดาวพลูโตลำแรก (ไปถึงปี 2015)
Pioneer 10 – บินผ่านดาวพฤห้สบดีลำแรก, ภาพใกล้ชิดครั้งแรก
Pioneer 11 – บินผ่านดาวพฤห้สบดีลำที่สอง + บินผ่านดาวเสาร์ครั้งแรก (ภาพใกล้ชิดดาวเสาร์ครั้งแรก)
Pioneer Venus – ยานแบบ orbiter สำรวจดาวศุกร์ลำแรก+ยานลงจอด
Vega 1 – บอลลูนปล่อยเข้าสู่บรรยากาศของดาวศุกร์และยานลงพื้น (ปฏิบัติการร่วมกับ Vega 2), ยานแม่บินต่อไปยังดาวหางฮัลเลย์[ต้องการอ้างอิง]
Venera 4 – ลงพื้นนุ่มนวลครั้งแรกบนดาวเคราะห์อื่น (ดาวศุกร์)
Viking 1 – ลงพื้นนุ่มนวลครั้งแรกบนดาวอังคาร
Voyager 2 – บินผ่านดาวพฤหัส + บินผ่านดาวเสาร์ + บินผ่าน/ภาพของดาวเนปจูนและดาวยูเรนัสครั้งแรก

cr. th.wikipedia.org

โพสท์ใน อวกาศ | ปิดความเห็น บน ยานสำรวจอวกาศ

ดวงจันทร์ ดาวบริวารในระบบสุริยะจักรวาล

ดาวพฤหัสบดี

มีดาวบริวารเท่าที่ค้นพบและยืนยันแล้ว 79 ดวง ขณะนี้มันจึงเป็นดาวเคราะห์ที่มีบริวารมากที่สุดในระบบสุริยะ ดาวบริวารที่มีมวลมากที่สุด 4 ดวงหรือดวงจันทร์ของกาลิเลโอ ถูกค้นพบในปี ค.ศ. 1610 ถือเป็นวัตถุในระบบสุริยะกลุ่มแรก ๆ ที่ถูกค้นพบว่าโคจรรอบดาวดวงอื่นที่ไม่ใช่โลกหรือดวงอาทิตย์ นับตั้งแต่สิ้นสุดคริสต์ศตวรรษที่ 19 มีดาวบริวารขนาดเล็กอีกเป็นจำนวนมากที่ถูกค้นพบและได้รับการตั้งชื่อตามชื่อคนรักหรือธิดาของเทพเจ้าจูปิเตอร์ของโรมัน (หรือเทพเจ้าซุสของกรีก)ดวงจันทร์/ดาวบริวาร ดาวพฤหัสบดีมีดาวบริวารเท่าที่ค้นพบและยืนยันแล้ว 79 ดวง ขณะนี้มันจึงเป็นดาวเคราะห์ที่มีบริวารมากที่สุดในระบบสุริยะ ดาวบริวารที่มีมวลมากที่สุด 4 ดวงหรือดวงจันทร์ของกาลิเลโอ ถูกค้นพบในปี ค.ศ. 1610 ถือเป็นวัตถุในระบบสุริยะกลุ่มแรก ๆ ที่ถูกค้นพบว่าโคจรรอบดาวดวงอื่นที่ไม่ใช่โลกหรือดวงอาทิตย์ นับตั้งแต่สิ้นสุดคริสต์ศตวรรษที่ 19 มีดาวบริวารขนาดเล็กอีกเป็นจำนวนมากที่ถูกค้นพบและได้รับการตั้งชื่อตามชื่อคนรักหรือธิดาของเทพเจ้าจูปิเตอร์ของโรมัน (หรือเทพเจ้าซุสของกรีก)
ดาวบริวาร 8 ดวงของดาวพฤหัสบดีเป็นบริวารที่มีวงโคจรปกติ กล่าวคือ มีวงโคจรเกือบเป็นวงกลมไปในทางเดียวกับดาวดวงอื่น ๆ และเอียงทำมุมกับเส้นศูนย์สูตรของดาวพฤหัสบดีไม่มากนัก ดาวบริวารของกาลิเลโอทั้ง 4 ดวงมีลักษณะเป็นทรงกลม ดังนั้นดาวบริวารเหล่านี้อาจได้รับการจัดเป็นดาวเคราะห์แคระหากพวกมันโคจรรอบดวงอาทิตย์โดยตรง ส่วนดาวบริวารอีก 4 ดวงมีขนาดเล็กกว่าและอยู่ใกล้ดาวพฤหัสบดีมากกว่าดาวบริวารของกาลิเลโอ เป็นแหล่งกำเนิดฝุ่นซึ่งคอยเสริมความหนาแน่นให้กับวงแหวนของดาวพฤหัสบดี
ดาวบริวารอื่น ๆ ที่เหลือเป็นบริวารขนาดเล็กซึ่งอยู่ห่างไกลจากดาวพฤหัสบดีมากกว่า จัดเป็นดาวบริวารผิดปกติ คือ มีความเอียงและความเยื้องศูนย์กลางของวงโคจรสูง (วงโคจรไม่มีจุดศูนย์กลางจุดเดียวกันสม่ำเสมอ) บางดวงโคจรไปในทางเดียวกันและบางดวงโคจรสวนทางกับบริวารดวงอื่น ๆ ดาวบริวารเหล่านี้อาจเคยเป็นดาวเคราะห์น้อยที่โคจรรอบดวงอาทิตย์มาก่อน แต่ถูกอำนาจแรงโน้มถ่วงของดาวพฤหัสบดีจับไว้ในภายหลัง มีดาวบริวารที่เพิ่งถูกค้นพบ 16 ดวงในกลุ่มนี้ยังไม่ได้รับการตั้งชื่อ
1. มีทิส 2. แอดรัสเทีย 3. แอมัลเทีย 4. ทีบี 5. ไอโอ
6. ยูโรปา 7. แกนีมีด 8. คัลลิสโต 9. เทมิสโต 10. ลีดา
11. ไฮเมเลีย 12. ไลซิเทีย 13. เอลารา 14. ดีอา 15. คาร์โป
16. S/2003 J 12 17. ยูพอเรีย 18. S/2003 J 3 19. S/2003 J 18 20. เทลซิโนอี
21. ยูแอนที 22. เฮลิกี 23. ออร์ทอเซีย 24. ไอโอแคสตี 25. S/2003 J 16
26. แพรกซิดิกี 27. ฮาร์แพลิกี 28. นีมี 29 เฮอร์มิปพี 30. ไทโอนี
31. อะแนงคี 32. S/2003 J 17 33. ไอต์นี 34. เคลี 35. เทย์จิที
36. S/2003 J 19 37. แคลดีนี 38. S/2003 J 15 39. S/2003 J 10 40. S/2003 J 23
41. แอรินอมี 42. เออีดี 43. คาลลิคอรี 44. แคลิกี 45. คาร์มี
46. คาลลีโรอี 47. ยูริโดมี 48. พาซิเทีย 49. ซิลีนี 50. ยูเคลาดี
51. S/2003 J 4 52. พาซิเฟอี 53. ฮิเจมอนี 54. อาร์คี 55. ไอซอโนอี
56. S/2003 J 9 57. S/2003 J 5 58 .ซิโนพี 59. สปอนดี 60. ออทอโนอี
61. คอรี 62. เมกาไคลตี 63. S/2003 J 2

และ อีก 16 ดวง ที่ยังไม่ได้ตั้งชื่อ

ดวงจันทร์ของกาลิเลโอ คือดวงจันทร์บริวารทั้ง 4 ดวงของดาวพฤหัสบดีซึ่งถูกค้นพบโดยกาลิเลโอ กาลิเลอีช่วงเดือนมกราคม พ.ศ. 2153 ดวงจันทร์ทั้ง 4 ดวงเป็นดวงจันทร์ที่ใหญ่ที่สุดในบรรดาดวงจันทร์ของดาวพฤหัสบดีชื่อของดวงจันทร์ทั้ง 4 ได้รับการตั้งชื่อคนรักของซูสได้แก่ ไอโอ ยูโรปา แกนิมิดและ คาลลิสโต ดวงจันทร์ทั้ง 4 เป็นวัตถุที่มีมวลมากที่สุดในระบบสุริยะนอกเหนือจากดวงอาทิตย์และดาวเคราะห์ทั้งแปดดวง มันมีเส้นผ่านศูนย์กลางที่ใหญ่กว่าดาวเคราะห์แคระใดๆ ดวงจันทร์สามดวงด้านใน ได้แก่ ไอโอ ยูโรปา แกนิมิด มีการสั่นพ้องของวงโคจรที่ 1:2:4

ดวงจันทร์ทั้ง 4 ดวงถูกค้นพบในช่วงระหว่าง พ.ศ. 2152-2153 เมื่อกาลิเลโอได้ปรับปรุงกล้องโทรทรรศน์ซึ่งทำให้เขาสามารถสังเกตเห็นเทหฟากฟ้าได้ชัดเจนขึ้นกว่าที่ผ่านมา การค้นพบของกาลิเลโอแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของกล้องโทรทรรศน์ในฐานะของเครื่องมือสำหรับนักดาราศาสตร์ในการช่วยให้สามารถเห็นวัตถุในอวกาศที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า สิ่งสำคัญยิ่งกว่านั้นการค้นพบที่ไม่อาจโต้แย้งถึงการโคจรของดวงดาวหรือเทหฟากฟ้ารอบสิ่งอื่นๆนอกจากโลกนี้ได้สั่นคลอนอย่างรุนแรงต่อระบบโลกเป็นศูนย์กลางที่ได้รับการยอมรับในขณะนั้น ระบบโลกของปโตเลมีเชื่อว่าโลกเป็นศูนย์กลางของจักรวาล ดาวดาวและวัตถุต่างๆโคจรรอบโลก

ในตอนแรกกาลิเลโอได้ตั้งชื่อสิ่งที่ค้นพบครั้งนี้ว่าดวงดาวของคอสิโม (“Cosimo’s stars”) สำหรับชื่อของดวงจันทร์ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันนั้นได้รับการตั้งชื่อโดย Simon Marius ซึ่งเป็นผู้ค้นพบดวงจันทร์ทั้งสี่นี้ในช่วงเวลาเดียวกันกับกาลิเลโอ ชื่อดวงจันทร์นี้ได้รับการแนะนำจากโยฮันเนส เคปเลอร์ซึ่งตีพิมพ์ใน Mundus Jovialis ใน พ.ศ. 2157

ดาวเสาร์

มีดาวบริวารซึ่งได้รับการยืนยันวงโคจรแล้ว 62 ดวง โดย 53 ดวงในจำนวนนี้มีชื่อเรียกแล้วและส่วนใหญ่มีขนาดค่อนข้างเล็ก แต่ก็มีอยู่ 7 ดวงที่มีขนาดใหญ่พอที่จะคงสภาพตัวเองเป็นทรงกลมได้ (ดังนั้นดาวบริวารเหล่านี้อาจได้รับการจัดเป็นดาวเคราะห์แคระหากพวกมันโคจรรอบดวงอาทิตย์โดยตรง) นอกจากจะมีวงแหวนที่กว้างและหนาแน่นแล้ว ระบบดาวเสาร์ยังเป็นระบบดาวเคราะห์ที่มีความหลากหลายมากที่สุดภายในระบบสุริยะอีกด้วย ตัวอย่างเช่น ดาวบริวารที่มีชื่อเสียงอย่างดาวบริวารไททัน ที่มีชั้นบรรยากาศคล้ายคลึงกับโลก ทั้งยังมีภูมิทัศน์เป็นทะเลสาบไฮโดรคาร์บอนและโครงข่ายแม่น้ำ และดาวบริวารเอนเซลาดัสที่ซ่อนแหล่งน้ำไว้ภายใต้พื้นผิวของมัน เป็นต้นดาวเสาร์มีดาวบริวารซึ่งได้รับการยืนยันวงโคจรแล้ว 62 ดวง โดย 53 ดวงในจำนวนนี้มีชื่อเรียกแล้วและส่วนใหญ่มีขนาดค่อนข้างเล็ก แต่ก็มีอยู่ 7 ดวงที่มีขนาดใหญ่พอที่จะคงสภาพตัวเองเป็นทรงกลมได้ (ดังนั้นดาวบริวารเหล่านี้อาจได้รับการจัดเป็นดาวเคราะห์แคระหากพวกมันโคจรรอบดวงอาทิตย์โดยตรง) นอกจากจะมีวงแหวนที่กว้างและหนาแน่นแล้ว ระบบดาวเสาร์ยังเป็นระบบดาวเคราะห์ที่มีความหลากหลายมากที่สุดภายในระบบสุริยะอีกด้วย ตัวอย่างเช่น ดาวบริวารที่มีชื่อเสียงอย่างดาวบริวารไททัน ที่มีชั้นบรรยากาศคล้ายคลึงกับโลก ทั้งยังมีภูมิทัศน์เป็นทะเลสาบไฮโดรคาร์บอนและโครงข่ายแม่น้ำ และดาวบริวารเอนเซลาดัสที่ซ่อนแหล่งน้ำไว้ภายใต้พื้นผิวของมัน เป็นต้น
ดาวบริวาร 22 ดวงของดาวเสาร์เป็นบริวารที่มีวงโคจรปกติ คือ มีวงโคจรไปในทางเดียวกับดาวดวงอื่น ๆ และเอียงทำมุมกับเส้นศูนย์สูตรของดาวเสาร์ไม่มากนัก นอกจากบริวาร 7 ดวงหลักแล้ว มี 4 ดวงเป็นดาวบริวารโทรจัน (หมายถึงกลุ่มดาวบริวารเล็ก ๆ ที่โคจรไปตามเส้นทางของดาวบริวารดวงใหญ่กว่าอีกดวงหนึ่ง) อีก 2 ดวงเป็นดาวบริวารร่วมวงโคจร และอีก 2 ดวงโคจรอยู่ภายในช่องว่างระหว่างวงแหวนดาวเสาร์ ดาวบริวารเหล่านี้ได้รับการตั้งชื่อตามธรรมเนียมเดิม คือ ตามชื่อของบรรดายักษ์ไททันหรือบุคคลอื่น ๆ ที่มีความเกี่ยวข้องกับเทพแซตเทิร์นของชาวโรมัน (หรือเทพโครนัสของกรีก)
ส่วนดาวบริวารที่เหลืออีก 38 ดวง ทั้งหมดมีขนาดเล็กและมีวงโคจรผิดปกติ คือ มีวงโคจรอยู่ห่างจากดาวเสาร์มากกว่า เอียงมากกว่า โดยมีทั้งไปทางเดียวกันและสวนทางกับทิศทางการหมุนรอบตัวเองของดาวเสาร์ ดาวบริวารเหล่านี้อาจเป็นดาวเคราะห์น้อยที่ถูกแรงโน้มถ่วงของดาวเสาร์ดึงมา หรืออาจเป็นเศษซากของวัตถุขนาดใหญ่ที่เข้าใกล้ดาวเสาร์มากเกินไปจนถูกแรงน้ำขึ้นน้ำลงของดาวเสาร์ฉีกออกเป็นเสี่ยง ๆ เราแบ่งกลุ่มของพวกมันตามลักษณะวงโคจรได้เป็นกลุ่มอินุอิต กลุ่มนอร์ส และกลุ่มแกลิก แต่ละดวงตั้งชื่อตามเทพปกรณัมที่สอดคล้องกับกลุ่มที่มันสังกัดอยู่
วงแหวนของดาวเสาร์ประกอบขึ้นจากก้อนน้ำแข็งที่มีขนาดตั้งแต่ 1 เซนติเมตรไปจนถึงหลายร้อยเมตร แต่ละก้อนโคจรรอบดาวเสาร์ไปตามเส้นทางของตนเอง ดังนั้น เราจึงไม่สามารถระบุจำนวนแน่นอนของดาวบริวารของดาวเสาร์ได้ เนื่องจากไม่มีเส้นแบ่งประเภทชัดเจนระหว่างวัตถุขนาดเล็กจำนวนมากที่ประกอบขึ้นเป็นแถบวงแหวนกับวัตถุขนาดใหญ่ที่ได้รับการตั้งชื่อและถือเป็นดาวบริวารแล้ว แม้เราจะค้นพบ “ดาวบริวารเล็ก ๆ” (moonlets) อย่างน้อย 150 ดวงจากการรบกวนที่มันก่อขึ้นกับวัตถุอื่นที่อยู่ข้างเคียงภายในวงแหวน แต่นั่นเป็นตัวอย่างเพียงน้อยนิดของจำนวนประชากรทั้งหมดของวัตถุเหล่านั้นเท่านั้น
ดาวบริวารที่ได้รับการยืนยันแล้วจะได้รับการตั้งชื่อถาวรจากสหภาพดาราศาสตร์สากล ประกอบด้วยชื่อและลำดับที่เป็นตัวเลขโรมัน ดาวบริวาร 9 ดวงที่ถูกค้นพบก่อนปี ค.ศ. 1900 (ซึ่งฟีบีเป็นดวงเดียวที่มีวงโคจรแบบผิดปกติ) มีหมายเลขเรียงตามระยะห่างจากดาวเสาร์ออกมา ส่วนดาวบริวารดวงอื่น ๆ มีหมายเลขเรียงตามลำดับที่ได้รับการตั้งชื่อถาวร อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังมีดาวบริวารดวงเล็ก ๆ ในกลุ่มนอร์สอีก 8 ดวงที่ไม่มีชื่อเรียกถาวร
0 (ดาวบริวารเล็ก ๆ) 1 แพน 2 แดฟนิส3 แอตลัส 4 โพรมีเทียส 5 แพนดอรา6 เอพิมีเทียส7 เจนัส 8 ไมมัส 9 มีโทนี 10 แอนที11 พาลลีนี12 เอนเซลาดัส13 ทีทิส 13a เทเลสโต 13b คาลิปโซ 16 ไดโอนี 16a เฮเลนี 16b พอลีดีวซีส 19 รีอา 20 ไททัน 21 ไฮพีเรียน 22 ไอแอพิตัส23 คีเวียก24 อีเยราก25 ฟีบี26 พอเลียก27 สกาที 28 แอลบีออริกซ์29 S/2007 S 230 เบวีนน์31 แอร์รีแอปัส32 สกอลล์ 33 ซีอาร์นาก34 ทาร์เคก35 S/2004 S 1336 เกรป37 ฮีร็อกคิน 38 ยาร์นแซกซา39 ทาร์วัส40 มูนดิลแฟรี41 S/2006 S 1 42 S/2004 S 1743 แบร์เยลมีร์ 44 นาร์วี 45 ซูตทุงการ์46 ฮาตี47 S/2004 S 1248 ฟาร์เบาตี 49 ทริมาร์50 ไอเออร์51 S/2007 S 352 เบสต์ลา 53 S/2004 S 754 S/2006 S 3 55 เฟนรีร์56 ซัวร์เตอร์57 คารี 58 อีมีร์59 ลอยเอ60 ฟอร์นยอต

cr. th.wikipedia.org

โพสท์ใน อวกาศ | ปิดความเห็น บน ดวงจันทร์ ดาวบริวารในระบบสุริยะจักรวาล

ทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข 1,2,3,4

ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน กรุงเทพมหานคร−แม่สาย เชียงราย บริเวณชายแดนประเทศพม่า รวมระยะทางยาว 994.749 กิโลเมตร
ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2 ถนนมิตรภาพ ทางหลวงสายสระบุรี–สะพานมิตรภาพที่หนองคาย (เขตแดนไทย/ลาว) มีระยะทางทั้งสิ้น 509 กิโลเมตร
ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3 ถนนสายตะวันออก สายบางนา–หาดเล็ก ตราด ประมาณ 488 กิโลเมตร
ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 4 ถนนเพชรเกษม กรุงเทพมหานคร–จุดผ่านแดนถาวรสะเดา (เขตแดนไทย/มาเลเซีย) ระยะทาง 1310.554 กิโลเมตร
หลักกิโลเมตรที่ 0 คือ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เป็นจุดเริ่มต้นของถนน สาย 1,3,4 ส่วน หมายเลข 2 เริ่มต้นที่สระบุรี

โพสท์ใน ไม่มีหมวดหมู่ | ปิดความเห็น บน ทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข 1,2,3,4

วัดประจำรัชกาล

วัดประจำรัชกาลต่างๆ ของไทย

โพสท์ใน วัฒนธรรม ประเพณี, วัด | ปิดความเห็น บน วัดประจำรัชกาล

ชาติกำเนิดของสุนัขแต่ละสายพันธ์

 

โพสท์ใน ไม่มีหมวดหมู่ | ปิดความเห็น บน ชาติกำเนิดของสุนัขแต่ละสายพันธ์

ระบบสุริยะจักวาล

ระบบสุริยะ ประกอบด้วยดวงอาทิตย์และวัตถุอื่น ๆ ที่โคจรรอบดวงอาทิตย์เนื่องจากแรงโน้มถ่วง ได้แก่ ดาวเคราะห์ 8 ดวงกับดวงจันทร์บริวารที่ค้นพบแล้ว 166 ดวง ดาวเคราะห์แคระ 5 ดวงกับดวงจันทร์บริวารที่ค้นพบแล้ว 4 ดวง กับวัตถุขนาดเล็กอื่น ๆ อีกนับล้านชิ้น ซึ่งรวมถึง ดาวเคราะห์น้อย วัตถุในแถบไคเปอร์ ดาวหาง สะเก็ดดาว และฝุ่นระหว่างดาวเคราะห์

โดยทั่วไปแล้วจะแบ่งย่านต่าง ๆ ของระบบสุริยะ นับจากดวงอาทิตย์ออกมาดังนี้คือ ดาวเคราะห์ชั้นในจำนวน 4 ดวง แถบดาวเคราะห์น้อย ดาวเคราะห์ขนาดใหญ่รอบนอกจำนวน 4 ดวง และแถบไคเปอร์ซึ่งประกอบด้วยวัตถุที่เย็นจัดเป็นน้ำแข็ง พ้นจากแถบไคเปอร์ออกไปเป็นเขตแถบจานกระจาย ขอบเขตเฮลิโอพอส (เขตแดนตามทฤษฎีที่ซึ่งลมสุริยะสิ้นกำลังลงเนื่องจากมวลสารระหว่างดวงดาว) และพ้นไปจากนั้นคือย่านของเมฆออร์ต

กระแสพลาสมาที่ไหลออกจากดวงอาทิตย์ (หรือลมสุริยะ) จะแผ่ตัวไปทั่วระบบสุริยะ สร้างโพรงขนาดใหญ่ขึ้นในสสารระหว่างดาวเรียกกันว่า เฮลิโอสเฟียร์ ซึ่งขยายออกไปจากใจกลางของแถบจานกระจาย

ดาวเคราะห์ชั้นเอกทั้ง 8 ดวงในระบบสุริยะ เรียงลำดับจากใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุดออกไป มีดังนี้คือ ดาวพุธ ดาวศุกร์ โลก ดาวอังคาร ดาวพฤหัสบดี ดาวเสาร์ ดาวยูเรนัส และดาวเนปจูน

cr : wikipedia.org

โพสท์ใน อวกาศ | ปิดความเห็น บน ระบบสุริยะจักวาล

ต้นกำเนิดของอาหารที่มักเข้าใจผิด

ข้าวผัดอเมริกัน- มีต้นกำเนิดมาจากชาวไทย ที่ผัดข้าวผัดให้ทหารอเมริกันคนหนึ่งกิน ใส่ซอสมะเขือเทศ พร้อมไก่ทอด ไส้กรอก แฮม และไข่ดาวให้ดูเป็นสากล แล้วตั้งชื่อว่าข้าวผัดอเมริกัน จนกลายเป็นที่นิยมจนถึงวันนี้

ขนมโตเกียว- เค้าว่ากันว่าบอกว่า ขนมโตเกียวคือขนมที่คนไทยคิดทำขึ้นมาเอง แต่ได้รับอิทธิพลมาจากขนมญี่ปุ่นหลายๆชนิด ที่นิยมทำเป็นแป้งด้านนอก แล้วสอดไส้ไว้ด้านใน

ขนมจีน- จริงๆแล้วเป็นอาหารของคนมอญหรือรามัญที่มีชื่อว่า คนอมจิน คนอมแปลว่าจับกันเป็นกลุ่มเป็นก้อน ส่วนจินแปลว่าทำให้สุก พอพูดว่า คนอมจิน บ่อยๆ ก็เลยเพี้ยนกล้ายมาเป็นขนมจีนจนถึงทุกวันนี้ึค่ะ หาซื้อที่จีนไม่มีขายแน่นอนครับ

ลอดช่องสิงคโปร์- ย้อนไปเมื่อประมาณ 60 ปีก่อน มีร้านชื่อ สิงคโปร์โภชนา ที่ชายลอดช่องอยู่บริเวณหน้าโรงภาพยนต์สิงคโปร์ (เดิม) หรือโรงหนังเฉลิมบุรี บนถนนเยาวราช และเมื่อลูกค้าจะไปกินก็มักจะเรียกว่า “ไปกินลอดช่องหน้าโรงหนังสิงคโปร์” สุดท้ายก็เรียกให้สั้นลงว่า “ลอดช่องสิงคโปร์” จนติดปากมาถึงทุกวันนี้

กล้วยแขก-ที่เรียกว่ากล้วยแขก เพราะใช้วิธีทอดตามแบบวัฒนธรรมการทำอาหารของชาวอินเดียที่เน้นการทอดเป็นหลัก เป็นอาหารกำเนิดจากประเทศไทยนี่แหละ

ขอบคุณข้อมูลจาก teenee.com

โพสท์ใน อาหาร | ปิดความเห็น บน ต้นกำเนิดของอาหารที่มักเข้าใจผิด

วงดนตรี ระดับตำนาน

สัญชาติอังกฤษ

เดอะบีเทิลส์ เป็นวงร็อกแอนด์โรลจากเมืองลิเวอร์พูล ประเทศอังกฤษ ในปี 1960 ประกอบด้วยสมาชิก ร้องนำและมือกีตาร์ จอห์น เลนนอน ร้องนำและมือเบสพอล แม็กคาร์ตนีย์ มือกีตาร์ จอร์จ แฮร์ริสัน และมือกลอง ริงโก สตาร์ บีเทิลส์ได้รับการยกย่องอย่างกว้างขวางให้เป็นวงร็อกที่มีอิทธิพลที่สุดแห่งยุคและเป็นหนึ่งในวงที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด[1] ในตอนเริ่มต้นแนวดนตรีของพวกเขาจะเป็นแบบสกิฟเฟิลและร็อกแอนด์โรล แต่ในเวลาต่อมาบีเทิลส์ก็ได้สรรค์สร้างแนวเพลงอีกหลากหลาย นับแต่ไปจนถึงไซเคเดลิก บางครั้งก็ผสมแนวดนตรีคลาสสิกหรือเครื่องดนตรีแบบอื่นๆ ด้วยกระแสนิยมของบีเทิลส์อย่างสูง จนถึงกลับเรียกกระแสเหล่านี้ว่า “บีเทิลมาเนีย” (Beatlemania) โดยเฉพาะในช่วงยุค 60 – 70

เดอะบีเทิลส์เริ่มสร้างชื่อเสียงจากเล่นคอนเสิร์ตในคลับที่ลิวเวอร์พูลและฮัมบูร์กในช่วง 3 ปีของ 1960 โดยมีเพลงฮิตที่ประสบความสำเร็จครั้งแรกอย่าง “เลิฟมีดู” (Love Me Do) ในช่วงปลายปี 1962 พวกเขาได้ฉายา “เดอะแฟปโฟร์” (the Fab Four) ในขณะที่กระแสบีเทิลมาเนียก็เริ่มเกิดขึ้นมาและในช่วงก่อนปี 1964 ชื่อเสียงของพวกเขาก็กระจายไปไกลจนถึงตลาดเพลงป๊อปของสหรัฐอเมริกา ในปี 1965 เดอะบีเทิลส์ได้สร้างงานดนตรีที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นงานชิ้นเอกของนวัตกรรมดนตรีและอิทธิพลทางดนตรีสมัยใหม่ เช่น Rubber Soul (1965), Revolver (1966), Sgt. Pepper’s Lonely Hearts Club Band (1967), The Beatles (หรือที่รู้กันในชื่อ White Album, ปี 1968) และ Abbey Road (1969)

ภายหลังบีเทิลส์ได้แตกลงในปี 1970 สมาชิกที่ยังคงมีชีวิตและใช้ชีวิตที่เหลือกับงานเดี่ยวทางดนตรีอย่างต่อเนื่องคือ พอล แม็กคาร์ตนีย์และริงโก สตาร์ ส่วนเลนนอนได้ถูกยิงในเดือนธันวาคม 1980 และแฮร์ริสันซึ่งเสียชีวิตจากมะเร็งปอดในเดือนพฤศจิกายน ปี 2001

อ้างจากสมาคมอุตสาหกรรมบันทึกเสียงแห่งสหรัฐอเมริกา (RIAA) เดอะบีเทิลส์ได้รับการยืนยันว่าเป็นศิลปินที่มียอดจำหน่ายสูงที่สุดในสหรัฐอเมริกา ด้วยยอดจำหน่ายราว 178 ล้านก็อปปี้ บีเทิลส์ยังมีซิงเกิลฮิตอันดับ 1 บนบิลบอร์ดชาร์ทอังกฤษและทำยอดจำหน่ายซิงเกิลที่สูงสุดตลอดกาล ในปี 2008 เดอะบีเทิลส์ได้รับการจัดอันดับจากนิตยสารบิลบอร์ดให้เป็นวงที่ประสบความสำเร็จสูงสุดตลอดกาล ต่อเนื่องกันในปี 2015 บีเทิลส์ได้รับการบันทึกสถิติซิงเกิลฮิตอันดับ 1 บนบิลบอร์ดฮอต 100 กว่า 20 ซิงเกิล พวกเขาได้รับรางวัลแกรมมีถึง 10 รางวัล รางวัลออสการ์สาขา “คะแนนเพลงดั้งเดิมที่ดีที่สุด” (Best Original Song Score) รางวัลอิวอร์โนเวลโลกว่า 15 รางวัล นิตยสารไทม์ ยังได้ทำการใส่ชื่อพวกเขาในหัวข้อ “100 บุคคลที่มีอิทธิพลแห่งศตวรรษที่ 20” ปัจจุบันเดอะบีเทิลส์ถือเป็น “วงที่มียอดจำหน่ายสูงที่สุดในประวัติศาสตร์” ด้วยยอดจำหน่ายกว่า 600 ล้านก็อปปี้ทั่วโลก[2][3] พวกเขายังได้ถูกบรรจุเข้าสู่หอเกียรติยศร็อกแอนด์โรล ในปี 1988 ร่วมกับสมาชิกทั้ง 4 คน ซึ่งได้รับต่างหาก จากช่วงปี 1994 ถึง 2015

ในปี 1968 พวกเขาได้ก่อตั้งบริษัทแผ่นเสียงของตนเองโดยใช้ชื่อว่า Apple Records

ควีน เป็นวงร็อกจากประเทศอังกฤษ ก่อตั้งขึ้น ณ กรุงลอนดอน เมื่อปี ค.ศ. 1970 มีสมาชิกดั้งเดิมประกอบด้วย เฟรดดี้ เมอร์คูรี (ร้องนำ , เปียโน) ไบรอัน เมย์ (กีตาร์ , ร้องนำ) จอห์น ดีคอน (กีตาร์เบส) และโรเจอร์ เทย์เลอร์ (กลอง , ร้องนำ) วงควีนผลงานแรกพวกเขาได้รับอิทธิพลมาจากแนวเพลง โพรเกรสซิฟร็อก , ฮาร์ดร็อก และ เฮฟวีเมทัล

ก่อนที่จะเข้าควีน ไบรอัน เมย์ และ โรเจอร์ เทย์เลอร์ ได้เป็นสมาชิกวงสไมล์ (Smile) มาก่อน เมอร์คูรีเป็นแฟนเพลงตัวยงของวงสไมล์ และสนับสนุนวงในการอัดเพลงและคอนเสิร์ตการแสดงต่างๆ จนเขาได้ร่วมวงในปี ค.ศ. 1970 และได้เปลี่ยนชื่อวงเป็น ควีน และชื่อบนเวทีของเขาที่คุ้นเคย จอห์น ดีคอน ได้รับการคัดเลือกก่อนที่จะเปิดตัวอัลบั้มแรกของพวกเขาในปี ค.ศ. 1973 จอห์น ดีคอนยังได้ถูกคัดเลือกก่อนที่จะอัดอัลบั้มเปิดตัวชุดแรกของพวกเขาในปี ค.ศ. 1973 ควีนประสบความสำเร็จในสหราชอาณาจักรสำหรับอัลบั้มเปิดตัวของพวกเขา ตามมาด้วยอัลบั้มชุดที่สอง Queen II ในปี ค.ศ. 1974 และอัลบั้มชุดที่ 3 Sheer Heart Attack ในปี ค.ศ. 1974 และอัลบั้มชุดที่ 4 A Night at the Opera ในปี ค.ศ. 1975 ส่งผลให้พวกเขาประสบความสำเร็จสู่ระดับนานาชาติ ซิงเกิ้ล “Bohemian Rhapsody” ขึ้นติดอันดับหนึ่งในชาร์จของสหราชอาณาจักรเป็นเวลาเก้าสัปดาห์ และติดชาร์จอันดับหนึ่งในหลายประเทศ และวงควีนยังติดท็อปสิบอันดับใน บิลบอร์ด ฮอต 100 ผลงานอัลบั้มชุดที่ 6 News of The World ในปี ค.ศ. 1977 อัลบั้มชุดนี้ยังประกอบด้วยเพลงที่ถูกกล่าวขานว่าเป็นเพลงชาติของชาวร็อคอย่าง “We Will Rock You” และ “We Are the Champions”

ในช่วงประมาณทศวรรษ 1980 ควีน ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในวงดนตรีที่แสดงสดได้อย่างยอดเยี่ยมและยิ่งใหญ่ พร้อมโดยซิงเกิ้ลของพวกเขา “Another One Bites the Dust” ซึ่งเป็นซิงเกิ้ลที่มียอดขายดีอย่างมาก และการแสดงในคอนเสิร์ตไลฟ์เอด ในปี 1985 ยังถูกยกย่องว่าเป็นหนึ่งในสุดยอดของประวัติศาสตร์วงการเพลงร็อก ในปี ค.ศ. 1991 เมอร์คูรีเสียชีวิตจากภาวะหลอดลมใหญ่และปอดอักเสบจากภาวะแทรกซ้อนจากเอดส์ และดีคอนเกษียณตัวเองในปี ค.ศ. 1997 ตั้งแต่นั้นมา เมย์ และ เทย์เลอร์ได้แสดงคอนเสิร์ตร่วมกัน และการร่วมมือกับพอล รอดเจอร์ส และอดัม แลมเบิร์ต

วงควีนมี 18 อัลบั้มขึ้นอันดับหนึ่งในชาร์ตอัลบั้ม และ 18 ซิงเกิ้ลขึ้นอันดับหนึ่งในชาร์ตซิงเกิ้ล , ยอดขายพวกเขาขายไปได้ถึงประมาณ 150 ล้าน ถึง 300 ล้านแผ่นเสียง , ทำให้พวกเขาติดหนึ่งในศิลปินที่มียอดขายสูง พวกเขายังมีผลงานอันโดดเด่นโดยได้รับรางวัลบริทิชมิวสิคอวอร์ดจากวงการแผ่นเสียงของอังกฤษในปี ค.ศ. 1990 พวกเขาได้รับการบรรจุเข้าสู่ หอเกียรติยศร็อกแอนด์โรล ในปี ค.ศ. 2001

เดอะโรลลิงสโตนส์ เป็นวงร็อกอังกฤษ ก่อตั้งวงในปี 1962 ในลอนดอน โดยหัวหน้าวงดั้งเดิม ไบรอัน โจนส์ และนักเปียโน เอียน สจ๊วต ร่วมด้วยนักร้อง มิก แจ็กเกอร์ และมือกีตาร์ คีธ ริชาร์ดส ในช่วงแรกแจ็กเกอร์และริชาร์ดส ร่วมในฐานะผู้ร่วมเขียนเพลง จากนั้นเริ่มนำวงหลังจากเกิดปัญหาและความไม่เอาแน่เอานอนของโจนส์ ต่อจากนั้น มือเบส บิลล์ ไวแมน และมือกลอง ชาร์ลีย์ วัตส์ ก็เข้ามาเป็นสมาชิกในยุคแรก และสจ๊วตรู้สึกว่าไม่เหมาะสมกับการเป็นทีนไอดอล จึงออกจากวงอย่างเป็นทางการเมื่อปี 1963 แต่ยังคงทำหน้าที่เป็นผู้จัดการวงในช่วงออกเดินทางทัวร์ และเป็นมือคีย์บอร์ด จนเขาตายในปี 1985

ในช่วงแรกผลงานส่วนใหญ่จะนำเพลงเก่าในรูปแบบบลูส์อเมริกันและอาร์แอนด์บี มาทำใหม่ หลังจากที่วงประสบความสำเร็จครั้งแรกในสหราชอาณาจักร พวกเขาก็เริ่มประสบความสำเร็จในอเมริกาหลังจากออกรายการ “British Invasion” ในต้นยุคทศวรรษ 1960 วง เดอะโรลลิงสโตนส์มีภาพลักษณ์ที่ขัดกับวงคู่แข่งอย่าง เดอะบีทเทิลส์อย่างเห็นได้ชัดคือ มีภาพลักษณ์เป็นพวกยาวรุงรังและต่อต้านสังคม มีซิงเกิลดังในปี 1965 อย่าง “(I Can’t Get No) Satisfaction” และมีผลงานอัลบั้ม Aftermath หลังจากนั้นโจนส์เสียชีวิตในปี 1969 หลังจากถูกไล่ออกจากวง และแทนที่โดย มิก เทย์เลอร์ ซึ่งเทย์เลอร์ร่วมบันทึกเพลงกับวง 5 สตูดิโออัลบั้มก่อนออกจากวงในปี 1974 หลังจากนั้นมือกีตาร์ รอนนีย์ วูด เข้ามาในวง จากนั้นไวแมนออกจากวงในปี 1983 และดาร์รีล โจนส์ เข้ามาเป็นสมาชิกวงอย่างไม่เป็นทางการ เขาทำงานกับวงตั้งแต่ปี 1994

เลด เซพเพลิน เป็นวงดนตรีร็อกจากอังกฤษ ก่อตั้งในปี พ.ศ. 2511 โดยจิมมี เพจ (กีตาร์), โรเบิร์ต แพลนต์ (ร้องนำ), จอห์น พอล โจนส (เบส, คีย์บอร์ด) และจอห์น บอนแฮม (กลอง) ได้รับการยอมรับว่าเป็นวงดนตรีเฮฟวีเมทัลวงแรกๆ เช่นเดียวกับ ดีพ เพอร์เพิล และแบล็ก แซบบาธ

เลด เซพเพลินได้รับการยอมรับเป็นอย่างสูง สามารถขายอัลบั้มได้ถึง 300 ล้านแผ่นทั่วโลก [3] และ 111.5 ล้านแผ่น เฉพาะในสหรัฐอเมริกาได้รับการจัดอันดับจาก VH1 ให้เป็นวงดนตรีร็อกยอดเยี่ยมอันดับ 1 และได้รับการยกย่องจากนิตยสารโรลลิงสโตน ให้เป็น “วงดนตรีที่ “เฮฟวี่” ที่สุดตลอดกาล” และ “วงดนตรีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดใน ทศวรรษ 1970”

เลด เซพเพลิน ได้ยุบวงลงในปี พ.ศ. 2523 หลังจากมือกลองคือ จอห์น บอนแฮม เสียชีวิตจากอาการสำลักเนื่องจากดื่มเหล้าหนัก แต่สมาชิกที่เหลือของวงยังกลับร่วมแสดงอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะในวันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2550 สมาชิกสามคนที่เหลือ ได้แสดงคอนเสิร์ตร่วมกันที่กรุงลอนดอน โดยมี เจสัน บอนแฮม บุตรชายของจอห์ม บอนแฮม เล่นในตำแหน่งมือกลอง เลด เซพเพลิน มีบทเพลงที่ได้รับความนิยมอย่างสูง ได้แก่ Communication Breakdown ,Whole Lotta Love ,Black Dog ,Rock and Roll, Stairway to Heaven เป็นต้น โดยบทเพลง “Stairway to Heaven” ถูกจัดอันดับเป็นอันดับ 1 จาก VH1 ให้เป็นเพลงร็อคที่ดีที่สุดตลอดกาล

พิงก์ พลอยด์  เป็นวงดนตรีร็อก ก่อตั้งขึ้นที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ในปี ค.ศ. 1965 พิงก์ ฟลอยด์ ได้เป็นหนึ่งในผู้ทำดนตรีโพรเกรสซีฟร็อค และไซคีเดลิกร็อก อย่างโดดเด่นจนประสบความสำเร็จในระดับสากล ทั้งการแต่งเนื้อเพลงที่อิงเรื่องปรัชญาและแนวความคิดในสังคม การแต่งเพลงที่บรรเลงยาวกว่าเพลงทั่วไป และเทคนิคเอ็ฟเฟกต์เสียงที่สอดแทรกในดนตรี รวมไปถึงการแสดงสดที่แสดงได้อย่างยอดเยี่ยม ฟิงก์ ฟลอยด์ ได้กลายเป็นหนึ่งในวงดนตรีที่ทรงอิทธิพลและประสบความสำเร็จด้านยอดจำหน่ายมากที่สุดตลอดกาลวงหนึ่งในประวัติศาสตร์ดนตรียอดนิยม[2]

ฟิงก์ ฟลอยด์ได้กำเนิดขึ้นเมื่อนักศึกษาคณะสถาปัตยกรรมจากมหาวิทยาลัยเวสต์มินสเตอร์ 3 คน[3] ได้แก่ โรเจอร์ วอเทอรส์ (มือเบส), มิค เมสัน (มือกลอง) และริชาร์ท ไรท์ (มือคีย์บอร์ด) พิงก์ ฟลอยด์ ได้รวมวงกันชั่วคราว ต่อมาได้ซิด บาร์เร็ตต์ เข้ามาร่วมเป็นมือกีตาร์อีกคน จึงได้ตั้งวงฟิงก์ ฟลอยด์ ขึ้นในปี ค.ศ. 1965 พวกเขาไต่ชื่อเสียงขึ้นจากการเป็นวงดนตรีใต้ดินในกรุงลอนดอน ภายใต้การเป็นหัวหน้าวงของบาร์เร็ตต์ ทำให้อัลบั้มเปิดตัว The Piper at the Gates of Dawn ประสบผลสำเร็จด้วยการขึ้นชาร์ทอันดับ 6 ของอังกฤษ พร้อมกับซิงเกิลที่ได้ขึ้นชาร์ทถึง 2 ซิงเกิล เดวิด กิลมอร์ ได้เข้ามาร่วมวงในเดือนธันวาคม ค.ศ. 1967 และบาร์เร็ตต์ ก็ได้ออกจากวงไปในเดือนเมษายน ค.ศ. 1968 จากปัญหาทางสุขภาพจิต วอเทอรส์ได้กลายเป็นหัวหน้าวงโดยเป็นผู้แต่งเพลงหลัก ทั้งคิดคอนเซปต์เบื้องหลังอัลบั้มต่างๆ จนประสบความสำเร็จ ไม่ว่าจะเป็น เดอะดาร์กไซด์ออฟเดอะมูน (1973), วิชยูเวอร์เฮียร์ (1975), แอนิมัลส์ (1977), เดอะวอลล์ (1979) และ เดอะไฟนอลคัต (1983) และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในอัลบั้ม เดอะดาร์กไซด์ออฟเดอะมูน ที่ได้ติดอันดับชาร์ทของบิลบอร์ด 200ต่อเนื่องยาวนานถึง 741 สัปดาห์ หรือเกือบ 14 ปี ระหว่าง ค.ศ. 1973 – 1988[4][5] ทำให้อัลบั้มนี้ได้กลายเป็นอัลบั้มที่มียอดจำหน่ายสูงที่สุดอันดับ 2 ตลอดกาลอีกด้วย

สัญชาติอเมริกัน

เมทัลลิกา เป็นวงเฮฟวี่เมทัลสัญชาติอเมริกัน ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1981 ในเมืองลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย เมทัลลิกาได้เริ่มขึ้นเมื่อเจมส์ เฮตฟีลด์ (ร้องนำ/กีตาร์หลัก) ได้เข้าร่วมวงตามประกาศโฆษณาในหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นของลาร์ส อุลริช (กลองชุด) กระทั่งในเวลาต่อมาก็มีสมาชิกเพิ่มเข้ามาอีก 2 คน คือ เดฟ มัสเทน (กีตาร์หลัก) และ รอน แม็คกอฟนีย์ (เบส) ต่อมารอน แม็คกอฟนีย์ ถูกไล่ออกจากวง ทางวงได้ คลิฟฟ์ เบอร์ตันมาแทนที่ และต่อมา เดฟ มัสเทน ก็ถูกไล่ออกจากวงเช่นกัน ทางวงได้ตัว เคิร์ก แฮมเมตต์ จากวงเอ็กโซดัส มาแทนที่ในตำแหน่งกีตาร์หลัก ต่อมาในปี ค.ศ. 1986 คลิฟฟ์ เบอร์ตัน ได้เสียชีวิตลงเนื่องจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ระหว่างทัวร์คอนเสิร์ต เจสัน นิวสเตด จากวงโฟลตซัม แอนด์ เจทซัม ได้เข้ามาแทนที่ในตำแหน่งมือเบสของวง เจสัน นิวสเตด ได้ลาออกจากวงในปี ค.ศ. 2001 และถูกแทนที่โดยโรเบิร์ต ทรูฮีโย อดีตมือเบสของออซซี ออสบอร์น จนถึงปัจจุบัน

เนอร์วานา  เป็นวงกรันจ์ และอัลเทอร์เนทีฟ ร็อก สัญชาติอเมริกัน ก่อตั้งขึ้นโดยมือกีตาร์และร้องนำ เคิร์ท โคเบน และมือเบส คริสต์ โนโวเซลิช เมื่อปี ค.ศ. 1987 ที่เมืองอาเบอร์ดีน รัฐวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา วงได้ตัวมือกลอง เดฟ โกรล ซึ่งเข้ามาในปี ค.ศ. 1990 และได้อยู่ร่วมกับยาวนานที่สุดจวบจนวงแตก แม้ว่าเนอร์วานาจะออกสตูดิโออัลบั้มเพียง 3 อัลบั้ม ในช่วงเวลาสั้น ๆ 7 ปี แต่วงก็ได้รับการยอมรับอย่างสูงให้เป็นหนึ่งในวงที่ทรงอิทธิพลและสำคัญที่สุดในยุคสมัยใหม่นี้ แม้ว่าดนตรีของวงได้หายในช่วงปี ค.ศ. 1994 แต่งานเพลงของพวกเขาก็ยังคงได้รับกระแสนิยมต่อแรงบันดาลใจและอิทธิพลวัฒนธรรมร็อกแอนด์โรลสมัยใหม่จวบจนถึงปัจจุบัน

กันส์แอนด์โรสเซส เป็นวงร็อคอเมริกัน ก่อตั้งวงในลอสแอนเจลิส แคลิฟอร์เนียในปี ค.ศ. 1985 นำโดยหัวหน้าวงและผู้ร่วมก่อตั้งวง แอกเซล โรส จากนั้นมีการเปลี่ยนแปลงสมาชิกในวงและมีความขัดแย้งต่าง ๆ ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งวง โดยมีผลงานสตูดิโออัลบั้ม 5 ชุด 2 อีพี และหนึ่งอัลบั้มการแสดงสด หลังจากนั้นอีกร่วมทศวรรษ ทางวงออกผลงานที่ยาวนานต่อการรอคอยชุด Chinese Democracy ในวันที่ 23 พฤศจิกายน ค.ศ. 2008 และถือเป็นอัลบั้มการอัดเสียงดั้งเดิมหลังจากปี 1991 กับผลงานชุด Use Your Illusion I และ Use Your Illusion II

วงนี้มีชื่อเสียงมากในช่วงที่มี Slash และ Axl Rose อยู่ร่วมวงกันอยู่ เพลงส่วนมากของวงนี้จะเด่นไปที่ กีตาร์ไฟฟ้า และเพลงที่ค่อนข้างยาว โดยมีเพลง “Sweet Child O’ Mine” เป็นเพลงเดียวที่สามารถขึ้นไปอยู่อันดับหนึ่งบนบิลบอร์ดชาร์ทได้ กันแอนด์โรสเซส ได้รับชื่อเล่น จาก นิตยสารโรลลิงสโตนว่าเป็น “วงดนตรีที่อันตรายที่สุดในโลก” จากบุคลิกของคนในวงที่ไว้ผมยาว ๆ และสูบบุหรี่ ที่เป็นเอกลักษณ์ของวง แถมสมาชิกบางรายก็ติดยาจนต้องเปลี่ยนตัวบ่อยครั้ง แต่ถึงอย่างไรก็ตามวงนี้ก็ได้รับเกียรติให้อยู่ในหอเกียรติยศร็อกแอนด์โรลอีกด้วย

ลิงคินพาร์ก เป็นวงดนตรีร็อกชาวอเมริกันจากอะกูราฮิลส์ รัฐแคลิฟอร์เนีย ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2539 เป็นศิลปินแนวนูเมทัล ประกอบไปด้วยบทเพลงที่น่าสนใจ และเต็มไปด้วยความหลากหลายของดนตรี ได้แก่ เมทัล ฮิปฮอป อิเล็กทรอนิกส์ อินดัสเตรียล มีกลิ่นอายของฮิปฮอป และมีความเป็นป็อปอยู่ด้วย[1][2][3] ประสบความสำเร็จกับอัลบั้มเปิดตัวของวง ไฮบริดทีโอรี ทำให้วงมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก ด้วยยอดจำหน่าย 24 ล้านแผ่น โดยอัลบั้มชุดแรกนี้ได้รับการรับรองระดับเพชรโดย อาร์ไอเอเอ ในปี พ.ศ. 2548 และในระดับทองคำขาวในอีกหลายประเทศ[4] สตูดิโออัลบั้มชุดต่อมา เมทีโอรา ที่ประสบความสำเร็จ ด้วยการติดอันดับ 1 ในชาร์ต บิลบอร์ด 200 ในปี พ.ศ. 2546 และตามด้วยการออกงานแสดงคอนเสิร์ตทัวร์และการกุศลทั่วโลก[5] ในปี พ.ศ. 2546 เอ็มทีวี 2 ได้จัดให้ลิงคินพาร์กเป็นหนึ่งในหกวงดนตรีที่ดีที่สุดของยุคมิวสิกวิดีโอ และเป็นหนึ่งในสามวงดนตรียอดเยี่ยมแห่งสหัสวรรษใหม่[6] บิลบอร์ด จัดอันดับให้ลิงคินพาร์กอยู่ในอันดับที่ 19 ในชาร์ตศิลปินยอดเยี่ยมแห่งทศวรรษ[7] ลิงคินพาร์กได้รับการคัดเลือกให้เป็นศิลปินที่ดีที่สุดในยุคปี 2543 ของแบรกเกตแมดเนสโพลล์ในวีเอชวัน[8] ในปี พ.ศ. 2557 ลิงคินพาร์กได้รับการประกาศโดย เคอร์แรง! ว่าเป็น วงดนตรีที่ใหญ่ที่สุดในโลกในขณะนี้

เรดฮอตชิลีเพปเปอส์  เป็นวงร็อกอเมริกัน ก่อตั้งวงในลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย ในปี 1983 สมาชิกในวงประกอบด้วย นักร้อง แอนโทนี คีดิส, มือกีตาร์ จอห์น ฟรัสซิแอนเต, มือเบส ไมเคิล “ฟลี” บัลซารี และมือกลอง แชด สมิธ แนวเพลงของวงมีความหลากหลาย ที่เกิดจากการรวมของเพลงร็อกดั้งเดิมและฟังก์ เข้ากับองค์ประกอบของ เฮฟวีเมทัล, พังก์ร็อก และ ไซเคเดลิกร็อก

สัญชาติออสเตรเลีย

เอซี/ดีซี  เป็นวงร็อกออสเตรเลีย ก่อตั้งวงในซิดนีย์ ในปี 1973 โดยพี่น้องมัลคอล์มและแอนกัส ยัง ถึงแม้ว่าโดยทั่วไปจะจำแนกวงนี้ว่าเป็นแนวฮาร์ดร็อกและถือว่าเป็นผู้บุกเบิกดนตรีเฮฟวีเมทัล แต่พวกเขาก็มักจะจำแนกแนวเพลงพวกเขาว่าเป็น “ร็อกแอนด์โรล”[3]

เอซี/ดีซี เผชิญกับการเปลี่ยนสมาชิกในวงหลายหน ก่อนที่จะออกอัลบั้มชุดแรก High Voltage ในปี 1975 สมาชิกของวงเริ่มคงตัวเมื่อมือเบส มาร์ก อีแวนส์มาแทนที่ คลิฟ วิลเลียมส์ ในปี 1977 ต่อมาในปี 1979 วงได้บันทึกเสียงอัลบั้มที่ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งในชื่อชุด Highway to Hell นักร้องนำและผู้ร่วมเขียนเพลง บอน สก็อต เสียชีวิตเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1980 หลังจากคืนที่ดื่มแอลกอฮอล์อย่างหนัก วงได้ตัดสินใจแยกวงไป แต่แล้วอดีตนักร้องวงกอร์ดี ที่ชื่อไบรอัน จอห์นสันก็ถูกเลือกให้มาแทนที่สก็อตต์ ต่อมาในปีนั้นวงออกอัลบั้มชุดที่ขายดีที่สุดของวงในชื่อชุด Back in Black

สัญชาติเยอรมัน

สกอร์เปียนส์ วงดนตรีแนวเฮฟวี่เมทัลแห่งเยอรมัน ก่อตั้งวงที่เมืองฮันโนเวอร์ในปีค.ศ. 1965 โดย Rudolf Schenker วงสกอร์เปียนส์เป็นวงดนตรีที่มีจำนวนสมาชิกคงที่ พวกเขาเป็นที่รู้จักของผู้ฟังช่วงทศวรรษที่ 1980 ด้วยเพลง “Rock You Like a Hurricane” และซิงเกิ้ลจำนวนมากเช่น “No One Like You”, “Send Me an Angel”, “Still Loving You”, และ “Wind of Change” วงสกอร์เปีนส์ได้ถูกจัดอันดับเป็นอันดับที่46จาก VH1 ให้เป็นวงร็อคที่ยิ่งใหญ่ที่สุด และเพลง “Rock You Like a Hurricane” ถูกจัดอันดับเป็นอันดับที่ 18 ของเพลงร็อคที่ยอดเยี่ยมที่สุด เมื่อ 24 มกราคม 2010 หลังจาก 46ปีที่ทำงานในวงการดนตรี ก็ได้ประกาศอำลาวงการหลังจากมีการทัวร์อัลบั้มใหม่ของพวกเขาคือ Sting in the Tail และพวกเขามียอดขายอัลบั้ม 100 ล้านแผ่นทั่วโลก ซึ่งแฟนเพลงในเมืองไทยได้ให้ฉายาว่า “ไอ้แมงป่องผยองเดช”

สัญชาติสวีเดน

ยุโรป เป็นกลุ่มดนตรีจากสต็อกโฮล์ม สวีเดน เล่นดนตรีแนวฮาร์ดร็อก และแกลมเมทัล ก่อตั้งในปี ค.ศ. 1979 โดยโจอีย์ เทมเพสต์ และจอห์น นอรัม เดิมใช้ชื่อว่าวง “ฟอร์ซ” (Force) และเปลี่ยนชื่อเป็น “ยุโรป” ในปี ค.ศ. 1982

ยุโรปมีผลงานสตูดิโออัลบั้มทั้งสิ้น 7 อัลบั้ม โดยอัลบั้มที่สาม The Final Countdown ที่ออกในปี ค.ศ. 1986 เป็นชุดที่ประสบความสำเร็จที่สุด ขายได้มากกว่าสามล้านแผ่นในสหรัฐอเมริกา รองมาคือชุดที่สี่ Out of This World ในปี ค.ศ. 1988 ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1986 ถึง 1992 ยุโรปขายผลงานได้มากกว่า 20 ล้านแผ่นทั่วโลก จัดเป็นกลุ่มดนตรีจากสวีเดนที่ประสบความสำเร็จสูงสุดเป็นอันดับสี่ในประวัติศาสตร์

ซิงเกิลที่ประสบความสำเร็จของยุโรป คือ The Final Countdown และ Carrie ติดอันดับท็อปเท็นฮ็อตซิงเกิลของนิตยสารบิลบอร์ด

credit : th.wikipedia.org

โพสท์ใน ดนตรี | ปิดความเห็น บน วงดนตรี ระดับตำนาน